เด็กหญิงวรวรรณ เหมือน วัลลีในอดีต

คนรุ่นเก่าคงจำ “เด็กหญิงวัลลี” ยอดเด็กกตัญญููได้ที่ดูแลแม่ป่วยที่ตาบอดจนเป็นที่กล่าวขาน วันนี้ขอพูดถึง เด็กหญิงวรวรรณ เธอเพิ่งย้ายมาจากลพบุรีเมื่อประมาณปีที่แล้ว ซึ่งพ่อเธอเป็นทหารแล้วเสียชีวิตแล้วครอบครัวก็ขาดเสาหลักลงอย่างกระทันหัน แม่และลูกอีกสองคนก็ต้องเร่รอนมาอยู่สูงเนิน กับน้องเล็ก ๆ อยู่อนุบาล แม่มาขออาศัยบ้านเขาอยู่แล้วก็หารับจ้างเพื่อหาเงินกินข้าวไปวัน ๆ วันหนึ่ง เท่าที่สังเกตพฤติกรรมเขาเป็นเด็กมีความรับผิดชอบ จะมากวาดหน้าห้องคอมฯ และบันไดทางขึ้นอาคารเรียนประจำทุกวัน ผมทราบข่าวสภาพครอบครัวของเขาจากครูประจำชั้น และได้สอบถามเขาในชั่วโมงเรียนก็ยิ่งเห็นใจเพราะบางวันเขากับน้องก็ไม่มีข้าวกิน นิสัยผมก็อดไม่ได้ที่ต้องให้เงินเขาไปซื้อข้าวให้น้องกินประจำ วันหนึ่ง วรวรรณ ไม่มาโรงเรียนซึ่งสอบปลายภาควิชาผมพอดี สอบถามครูประจำชั้นว่าแม่ป่วยไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลมหาราชเป็นอัมพฤกษ์ และวันนี้เห็นเขามาโรงเรียนก็เลยสอบถามเขา ได้รู้ว่าแม่เป็นอัมพฤกษ์มาที่บ้านแล้ว ข้าวก็ไม่มีจะกิน ต้มมาม่าให้น้องกิน และก็ต้องดูแลน้องตัวเล็ก ๆ และยังต้องดูแลแม่อีก ผมมองตาเขาแล้วให้กำลังใจให้เขาเข้มแข็งให้ดูแลน้องและแม่เพราะตอนนี้เขาคือเสาหลักของบ้าน และผมก็จะดูแลครอบครัวเขาให้พ้นวิกฤตไปให้ได้ด้วยความปรารถดี…

By ครูแพ

FacebookTwitterMessengerDiggHotmailGoogle GmailShare
Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | 1 Comment

ผลสอบ O-Net คุณต้องการวัดอะไร

การสอบ O-Net ส่งผลกระทบต่อโรงเรียน ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ที่กระทบแน่นอนที่เห็น ๆ กันชัด ๆ ก็คือความเครียด ผมพยายามจะชี้ให้เห็นว่าผลสอบมันไม่สามารถวัดความสามารถเด็กได้ทั้งหมด มันแค่เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำไปพัฒนาการศึกษาเท่านั้นไม่ใช่ทั้งหมด เพราะบางวิชา พื้นฐานของมันต่างกัน คุณวัดจากการทำข้อสอบไม่ได้หรอกครับ เช่่น ศิลปะ คุณจะวัดความสามารถด้านสุนทรีภาพของนักเรียนโดยการออกข้อสอบแค่ 3 ข้อนี่นะ พลศึกษา ออกข้อสอบแค่ไม่กี่ข้อเพื่อวัดความสามารถนักเรียนทางด้านกีฬาหรือ ???? ต่อไปผมก็ต้องสอนการปลูกผักในวิชาเกษตรบนกระดานดำดีกว่า เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้ สอนการเล่นฟุตบอลบนกระดานดำดีกว่ามั่ง ผมถามว่าคุณธรรม จริยธรรมของคน คุณใช้ข้อสอบวัดได้หรือครับ แน่นอนคุณอาจจะบอกว่าเราไม่ได้ให้ความสำคัญมันมากขนาดนั้นมันเป็นแค่การประเมินเพื่อพัฒนา แต่สภาพความเป็นจริงไม่ใช่ ผลการประเมินรอบ 3 ของ สมศ. ก็ต้องใช้ผลสอบ O-net ประเมินคุณภาพของผู้บริหารก็ต้องใช้ O-net ผลงานครูก็ O-net ทุกอย่าง O-net ไปหมด ต่อไปจะมีใครไปมัวสอน คุณธรรม จริยธรรม หรือครับ ติวทำข้อสอบอย่างเดียวไม่ดีหรือ เหมือนโรงเรียนตึกแถวนะ (โรงเรียนติว) น่าเป็นห่วงนะครับ…

FacebookTwitterMessengerDiggHotmailGoogle GmailShare
Posted in ข่าวสารการศึกษา | Leave a comment

Blog เศรษฐีเงินล้าน มีรายได้ยังไม่ถึงล้านควรอ่าน

บทความนี้เอามาให้อ่านเป็นแนวทางในการทำเงินออนไลน์สำหรับมือใหม่ใจร้อน เป็นอุทธาหรณ์สอนใจทุกคนว่าการทำเงินนั้นต้องใช้เวลาเหมือนปลูกยางพารานั่น แหละ

วันนี้ผมขอยกเนื้อหาบางส่วนจากหนึ่งในหนังสืออีกหลายเล่มของผม “Blog Marketing” ที่ได้บอกเล่าเรื่องราวถึงการทำเงินของบล็อกชื่อดังในเมืองนอก ว่าที่เขาหาเงินกับบล็อกนั้น หากันได้เท่าไหร่ และหายังไงได้บ้าง เพื่อทำให้เราเข้าใจถึงความสามารถของบล็อกที่แท้จริงในการหาเงิน เริ่มกันเลยครับ – แม้บริษัทใหญ่ๆ มากมาย เช่น Sony, Toyota, Google, Apple, HP, eBay ฯลฯ ก็ไม่อาจจะปฏิเสธประสิทธิภาพในการทำตลาดของบล็อกในสมัยนี้ไปได้ โดยการมีบล็อกเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าในทุกระดับ และยังเพิ่มความมีตัวตนในตลาดบน Search Engine ได้อีกด้วย แทนที่จะใช้เว็บไซต์เนื้อหานิ่งๆ (Static Web, Web 1.0) เป็นตัวสื่อสารกับลูกค้าเหมือนแต่ก่อนเพียงอย่างเดียว ซึ่งถ้าใครยังเป็นอย่างนั้นอยู่ แน่นอนว่า…ก็ไม่ต่างจากการเอาลูกค้าใส่พานให้คู่แข่งตัวเอง
นอกจากนั้นก็ จะมีบล็อก Blog อีกรูปแบบที่ไม่เกี่ยวกับใคร บล็อกที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ประโยชน์อย่างแท้จริง จากการเขียนบทความให้คนอื่นอ่านในเรื่องเฉพาะเจาะจงอย่าง Internet Marketing ที่คนส่วนใหญ่อ่านก็จะต้องเก่าหัวไปตามๆ กัน บล็อกเหล่านี้แม้จะมีเนื้อหาไม่เหมาะกับคนทั่วไป และเริ่มจากแค่ความสนุก ไม่ได้คิดอะไรจริงจัง แต่จากความขยัน ความสม่ำเสมอ และไม่คิดเหน็ดเหนื่อย สุดท้ายกลายสิ่งทำให้เจ้าของกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านได้
ในต้นปี 2008 นี้ นิตยสารนิวยอร์คสไทม์รายงานว่า มีบล็อกที่เกิดขึ้นมาวันละไม่ต่ำกว่า 50,000 บล็อก และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และต่อไปนี้ก็คือบล็อกทั้งเก้าที่กำลังทำเงินอย่างถล่มทลาย บล็อกมีความสามารถในการหาเงินได้เป็นหมื่นๆ บาท หรือเป็นล้าน! บาทต่อเดือน จากการแค่นั่งเขียนบทความอย่างเดียว มาดูรายได้ที่บล็อกสามารถทำฝันให้เป็นจริงกันเลย:

Blog                              รายได้ต่อปี                       มูลค่า

stevepavlina.com     $480,000         $7,200,000

coolest-gadgets.com   $153,921         $2,308,000

johnchow.com        $140,431         $2,106,000

careerramblings.com   $124,465        $1,866,000

problogger.net       $120,000         $1,800,000

shoemoney.com      $120,000          $1,800,000

tylercruz.com      $93,184          $1,397,000

entrepreneurs-journey.com  $78,594     $1,178,000

connectedinternet.co.uk     $77,020    $1,155,000

พอ เห็นตัวเลขเหล่านี้ครั้งแรกผมเองก็ตกใจเช่นเดียวกับคุณนั่นแหละครับ (อย่าบอกนะว่าไม่ตกใจ) แต่เมื่อพอผมได้ศึกษาแต่ละบล็อกดูอย่างถ้วนถี่แล้ว ก็พบว่าบล็อกเหล่านี้มีสิ่งที่เหมือนๆ กันอยู่สองสามอย่าง ที่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ตัวบล็อกมันทำเงินได้ขนาดนี้ อย่างแรกคือ ทำเงินจากสปอนเซอร์ป้ายโฆษณาต่างๆ เริ่มจากการมีบทความเป็นร้อยเป็นพันบทความก่อน พูดอีกอย่างคือต้องเป็นบล็อกที่มีขนาดใหญ่อยู่แล้ว มีคนรู้จักมี Traffic วันละเป็นหมื่นคน นั่นแหละถึงจะทำให้ขายโฆษณาแพงๆ ได้

อย่างที่สอง นี้ก็จะเป็นอายุของบล็อกที่ต้องมีอย่างน้อย 3-5 ปีขึ้นไป ซึ่งคนเริ่มทำบล็อกส่วนใหญ่ทั่วๆ ไปจะยอมแพ้ม้วนเสื่อกลับบ้านก่อนเวลาอันควร ท้อแท้ไปก่อนเพราะเห็นว่าไม่มีคนเข้ามาคุยเข้ามาติชมเลย ทำให้ส่วนใหญ่ 3 เดือนก็ปิดกิจการบล็อกกันหมด โดยที่จริงๆแล้วเหล่าเซียนบล็อกทั้งหลายจะพูดเหมือนกันหมดว่า คุณต้องรอ 6 เดือน – 1 ปีทีเดียว บล็อกมันถึงจะเริ่มมีคนเข้ามา แล้วถ้าจะให้เริ่มมีมูลค่าจริงๆก็คงอย่างที่บอกคือ 3-5 ปีขึ้นไปครับ (ควรใช้ .com หรือ .net จะทำให้มีค่ากว่า)

โดยต้องมีการเขียนบทความ อย่างสม่ำเสมอด้วย ไม่ใช่บล็อกโล่งๆเปล่าๆหรือบล็อกที่มีแค่ 10-20 บทความนะครับ ต้องมีเป็นร้อยบทความขึ้นไป ดูอย่างบล็อก DML แห่งนี้ ที่เริ่มแค่ปีเดียว กับบทความไม่ถึงร้อย วันนี้มันมีมูลค่าถึงล้านบาท (บางที่บอกสองล้านกว่าบาท แต่ผมว่าให้มากไป) ถ้าคุณคิดว่าการเริ่มสร้างบล็อกที่มีประโยชน์ กับความสม่ำเสมอในการดูแลบล็อกเพียงไม่กี่ปีนี้เป็นงานที่มากไปสำหรับค่าตอบ แทนเป็นเงินหลายสิบล้านบาท ผมก็ว่าคุณขอมากไปแล้วล่ะ ลองคิดดูว่านั่งทำงานอะไรภายในไม่กี่ปีที่จะทำเงินได้มากมายขนาดนี้ อย่าว่าแต่กี่ปีเลยต่อให้ทั้งชาติ หรือสำหรับคนที่ต้องมีหนี้สิน และไม่เคยเก็บตังค์ก็อาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็ได้

ที่มา : http://www.digitalmoneylife.co…0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99.html

ขอบคุณ บทความของคุณ newbie-pro จาก thaiseoboard

 

FacebookTwitterMessengerDiggHotmailGoogle GmailShare
Posted in บทความน่าอ่าน | Leave a comment